หลังจากปั่นบทความส่งพระอาจารย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว (อย่าเข้าใจว่าเป็นเรื่องจันทโครพ)  แม้แท้จริงยังมีงานอีกสองชิ้นที่ต้องทำอยู่ แต่เพื่อให้รางวัลตัวเองซักกระตี๊ดด เลยแวะมาเขียนบล็อกต่อจากภาคแรกให้แล้วเสร็จก่อนทำงาน (ขยันจริง อะไรจริงเนอะ )  
 
    ท้าวแขน เอ้ย! ไม่ใช่ ท้าวความ เอ้ย! ไม่ใช่ อ้าว ถูกแล้ว ความเดิมตอนที่แล้ว เดี๊ยนได้ทำการเล่าข่าวเช้านี้ ให้ท่านผู้อ่านได้ทำความรู้จักแบบยัดเยียดกับบรรดาผู้ร่วมชะตากรรมในห้องของเดี๊ยน 5 คน ส่วนที่เหลืออีก 5 คน ซึ่งเมื่อลบตัวเองออกแล้วเหลือ 4 คน (มาสอนคณิตศาสตร์อะไรกันตอนนี้) คือบุคคลผู้โชคดีที่เราได้จับฉลากขึ้นมาได้ พร้อมถูกกล่าวอ้างถึงในตอนจบของเรื่องนี้ อุบ๊ะ !! ช่างเร้าใจ น่าอ่านมากกกกกกกกกกก (เหรอ 555)   โดยมนุษย์อีก 4 คนที่อยู่ในห้องเรียน ป.เอกแห่งนี้ เดี๊ยนยังคงคอนเซ็บเดิมเพื่อความปลอดภัยจึงกล่าวอ้างโดยใช้นามสมมติเช่นเดิมไล่เลียงไปทีละคน ๆ จนจบ เริ่มจาก 
 
        คนที่หกน้องโบว์  สาวสวยผู้มีดีกรีเป็นถึงผู้ถูกคัดเลือกเป็นเชียร์ลีดเดอร์ของมหาวิทยาลัย แต่เธอหยิ่งปฏิเสธอย่างไรใยเยื่อ เพื่อเพื่อนสุดที่เลิฟที่บอกเธอว่า "อย่าไปเป็นเล้ยเชียร์ลีดเดอร์น่ะ"  ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเธอคิดยังไง หรือเพื่อนเธอคิดอะไร... แต่ก็ช่างมันเหอะ
ด้วยน้องโบว์เป็นสาวที่สวยที่สุดประจำห้องก็ว่าได้ (ถ้าไม่นับเดี๊ยนนะ ว้าย!!! เขินจัง) Kiss ความโสดจึงอยู่กับน้องเค้าได้ไม่นานต้องถูกพรากจากไปตามวัยสมควร ฮือ ๆ  (ความโสดนะเฮ้ย พูดยังกะพรากผู้เยาว์)  แต่ไม่รู้เป็นเยี่ยงไร เวลาน้องโบว์แนะนำตัว เธอจะละเว้นคำนำหน้าเสมอ ประมาณว่า "สวัสดีค่ะ ....โบว์ สวยตลอดค่ะ" อะไรประมาณนี้ ไม่เหมือนเดี๊ยน แนะนำตัวทีไร คำว่า "นาง" ลอยเด่นมาก่อนชื่อเสมอ  แม๊ !! วันหลังต้องใช้มุกน้องโบว์บ้างละเผื่อจะมีกิ๊กซักคนสองคน   (กล้าเหรอEmbarassedEmbarassed
      น้องโบว์นอกจากจะมีเสียงเพราะแล้ว ชียังเป็นบุคคลที่มีความรับผิดชอบในหน้าที่สูง วันแรกที่พบกันพวกเราแต่งตั้งตำแหน่งให้ตามหน้าตาว่าเธอควรมีหน้าที่เป็นเหรัญญิกของห้อง และทุกวันเสาร์ของการเรียนเราจะได้ยินเีสียงน้องโบว์ทำหน้าที่ทวงเงินเพื่อน ๆ อย่างแข็งขัน ไม่รวมทำบัญชี สรุปยอดบัญชี เก็บใบเสร็จ สั่งอาหาร ติดต่อการเงิน สารพัด ป๊าดดดดดดดดด !!  แอบคิดเหมือนกันว่า นี่ขนาดไม่มีเงินเดือนให้ยังทำงานขนาดนี้ ถ้ามีให้จะทำขนาดไหนน๊อ ยังค่ะ ยังไม่หมด น้องโบว์จะมีเอกลักษณ์ในการพรีเซ้นต์ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มตลอดเวลา พร้อมขนตางอนงาม (ซึ่งเพิ่มความหนานุ่มด้วยการติดขนตาปลอมตลอด)  และที่สำคัญคาดว่าอาจารย์จะต้องแพ้โบว์ขนาดเขื่องที่ติดผมน้องโบว์เวลาให้คะแนนเป็นแน่แท้ เพราะบางที เห็นอาจารย์ดูอึ้ง ๆ งง ๆ กับโบว์และ accessory อื่น ๆ ที่ผลัดกันมาประดับบนผมน้องโบว์บ่อยครั้งอยู่เหมือนกัน เอิ๊ก ๆ เดี๊ยนก็อยากจะติดอ่ะนะโน่น นี่ บ้างบนหัว แต่เกรงว่าอาจารย์จะต้องอาศัยยาธาตุน้ำขาวตรากระต่ายบินเวลาฟังเดี๊ยนพรีเซ้นต์เนื่องจากเกิดภาวะลมในท้องตีลังกาม้วนหน้าก็ได้ กิกิ  

 
           คนที่เจ็ดน้องหงษ์หยก  สาวน้อยผู้มีคุณลักษณะเหมือนคุณหนูผู้นี้ มีถิ่นพำนักที่จังหวัดเชียงใหม่ แว่วมาเธอมีพ่อแม่ประคบประหงมเป็นอย่างดี     ถึงขนาดมาสอบสัมภาษณ์คุณพ่อและคุณแม่ยังตามมาดูแลจนถึงหน้าห้องสอบ    แว่วมาอีกละ (หูแว่วบ๊อยบ่อย)    ว่าการแต่งตัวของคุณหนูตอนมาสอบป้ามาก ย้ำอีกครั้ง ป้ามาก 5555  ซึ่งเดี๊ยนก็ไม่รู้หรอกว่าป้าขนาดไหน รู้แต่ว่าตอนเจอครั้งแรก การแต่งตัวดูจะพัฒนาขึ้นมาก เพราะเดี๊ยนแอบนึกในใจว่า "หูย ไฮโซว่ะ "  แล้วหลังจากนั้นสายตาจับผิดของนางอิจฉาอย่างเดี๊ยนก็เริ่มทำงาน น้องหงษ์หยกจะมีกาแฟเย็นมาวางข้างกายขณะเรียนทุกเช้า และที่ขาดไม่ได้เธอจะตั้งกระจกไว้เอียงเข้าหาตัวเองประมาณห้าสิบองศาพร้อมเหลือบตามองกระจกได้ทุกเมื่อ ที่อาจารย์เผลอ ว่างเป็นส่อง ว่างเป็นส่อง บางทีช่วงจังหวะอาจารย์เผลออาจจะนานไปหน่อย เธอก็เลยส่องมันตรง ๆ แบบจริงใจ โชว์อาจารย์ซะเลย มั่นมากนะน้อง... แต่แหม อย่าคิดว่าน้องเค้าไม่ตั้งใจเรียนนะ ..บางครั้งเห็นเธอกระซิบกระซาบกับน้องเหน่อตลอดคาบน่ะ เธอคุยกันเรื่องเรียนล้วน ๆ อย่าเข้าใจผิดเลยทีเดียว และเมื่อไหร่ที่เธอไม่เข้าใจ น้องหงษ์หยกจะยกมือถามพร้อมทำหน้าแบบว่า อาจารย์ต้องตอบหนูนะคะ ไม่ตอบไม่ได้โลกต้องถล่มลงมาแน่ ๆ พร้อมวลีก่อนถาม "อาจารย์คะ หนูงงค่ะ " หรือ "อาจารย์คะ หนูไม่เข้าใจค่ะ" ลีลาการถามของน้องหงษ์หยกจะเร้าใจมาก อาจเป็นเพราะเธอเป็นเชียร์ลีดเดอร์เก่า มือไม้จะวาดลวดลายเต็มที่ขณะถาม พาลให้เดี๊ยนนึกถึงศิลปินอย่าง อ.เฉลิมชัยเป็นอย่างมาก (เ้ค้าเป็นญาติกันรึเปล่านะ) แบบว่าจะอลังการไปไหนคะ มือน้องอ่ะค่ะ ... แต่มันก็ทำให้พี่อย่างเดี๊ยนอดตื่นตูม เอ้ย ตื่นเต้นกับคำถามน้องเค้าไม่ได้  
           น้องหงษ์หยกแม้จะดูเหมือนไฮโซในตอนแรก แต่พอคบกันจริง ๆ แล้ว น้องเค้าออกจะเปิ่นๆ น่ารัก แฝงความจริงใจใสซื่อเอาไว้เสมอ เพราะน้องหงษ์หยกจะให้กำลังใจทุกคน แม้แต่เวลา SKYPE คุยกัน ก่อนจาก เธอจะชวนทุกคน วี๊ดดดดดดดดดด บูมมมมมมมมมมม ตลอด พิมพ์คำว่า "บูม" สั้นก็ไม่ได้นะ มีเคือง ต้อง "บูม" ยาว ๆ แบบเรียกกำลังใจสุดขีด ...เฮ้อ !! น่าเอ็นดู้ 
 
            
              คนที่แปดเด็กชายหลุยส์  น้องนุชสุดท้องของห้อง เป็นหนุ่มน้อยสูงยาว เข่าดีหรือเปล่าไม่รู้ เพราะไม่ได้เป็นอะไรกับเข่า 55 Kiss    เข้าเรื่องดีกว่า .. .เด็กชายหลุยส์เป็นหนุ่มน้อยหน้าตาดี และหน้าเหมือนดาราตามที่ตั้งชื่อให้นั่นแหละค่ะ แต่เป็นมนุษย์ผู้มีความถี่ของการขับถ่ายมากกว่าการกิน ทำให้กังวลกับความผอมของตัวเองตลอด และด้วยความที่หน้าตาดี เลยเป็นที่สะดุดตีน เอ๊ย ตา เดี๊ยนตั้งแต่ตอนสอบข้อเขียน แต่มองได้เพียงแผ่นหลัง มาเจอกันอีกทีก็ตอนสอบสัมภาษณ์ อาศัยความชรา ทักน้องเค้าว่ามาสอบสัมภาษณ์รึเปล่า แล้วก็เนียนคุยกันจนสนิทสนมประหนึ่งรู้จักกันมาเป็นชาติ เด็กชายหลุยส์จะภูมิใจในความเป็นเด็กที่สุดของห้องอย่างมาก (แต่อย่าได้ลืมเชียวไอ้น้องเด็กสุดของเอ็งก็สามสิบแล้วละว้าาาาา 555) แต่ความเด็กไม่เป็นปัญหากับการทำงานส่งอาจารย์แต่อย่างใด  เด็กชายหลุยส์เป็นคนมีความตั้งใจสูงเท่ากับส่วนสูงของเค้านั่นแหละ และเอกลักษณ์ประจำองค์ของเค้าก็คือ ไม่ว่าจะพรีเซ้นต์บทความเรื่องอะไร คุณเธอต้องไปขุดคุ้ยประวัติผู้เขียน ผู้แต่ง ว่าเรียนที่ไหน ทำอะไร อย่างไร เมื่อไหร่ พร้อมแปะหน้าประกอบการพรีเซ้นต์เสมอ ถือเป็นการศึกษาอัตชีวประวัติไปด้วยในตัว  เห็นวิชากาม เอ้ย การ อย่างนี้ เด็กชายหลุยส์ยังเก่งด้านอื่น ๆ อีกเยอะ อาทิ แบดมินตัน  กีตาร์  รวมทั้งรักสัตว์อีกตะหาก อาจเพราะยังไม่มีหญิงใดมากร้ำกรายภายในห้อง เด็กชายหลุยส์จึงเลี้ยงกระรอกไว้หนึ่งตัว นามว่า "กะปิ" ซึ่งเป็นตัวเมียอีก(อืม ทำไมต้องตัวเมีย) ซึ่งวันดีคืนดี กะปิน้อย ก็แอบหอมแก้มเด็กชายหลุยส์โชว์สื่อซะเลย (น่าฮักขนาด)  แต่มีอย่างหนึ่งที่เด็กชายหลุยส์ไม่ค่อยยอมทำ นั่นก็คือ การยกมือแสดงความคิดเห็นในห้อง    ซึ่งพี่ ๆ อย่างพวกเดี๊ยนทั้งเอามีดขู่ ไม้หน้าสามฟาด  (มากไป) กว่าจะเอื้อนเอ่ยแสดงความคิดเห็นมาได้ ลุ้นจนผมหงอกไปหลายเส้น แต่ทุกครั้งที่เธอพูด ขอโทษ สาระล้วน ๆ ครับพี่น้อง ...เริ่ดมากจริง ๆ  นอกจากนั้นเด็กชายหลุยส์มีความสามารถที่โดดเด่นอีกอย่าง นั่นก็คือ การเลียนแบบท่าทางของคนอื่น ซึ่งคนที่ถูกเลียนแบบได้เหมือนมากที่สุดก็คือ น้องหงษ์หยก ที่น้องหลุยส์จะแสดงท่าพูดลิ้นจุกปากพร้อมทำท่ายกมือยกไม้ได้เหมือนมากกกกกกก ....จนขนาดเดี๊ยนขับรถกลับบ้านเผลอนึกถึงต้องระเบิดเสียงหัวเราะอย่างกับอีบ้าออกมาทุกที ...
 
             คุณชายตั้งใจ  น้องคนสุดท้ายที่เดี้ยนจะพูดถึง เป็นชายหนุ่มลูกสอง ผิวเข้ม คมขำ สูงโปร่ง จากอโยธยา น้องคนนี้จะพูดน้อย เน้นอมยิ้มซะเยอะ เป็นห่วงเหมือนกันว่าจะฟันผุเข้าซักวัน คุณชายตั้งใจ เป็นคนจริงจังกับทุกสิ่งอย่าง เวลาเรียนก็ตั้งใจ ...เวลาพรีเซ้นต์แม้อาจารย์จะให้เวลา 5 นาที ก็ตั้งใจ พรีเซ้นต์เหมือนกำลังจะสอบจบการศึกษา (คือแบบว่าจะจริงจังไปไหนคะน้อง) แม้จะพูดน้อย แต่พูดทีไรจะมีไม้เด็ดให้พวกเราหัวเราะได้เสมอ อย่างเช่นวันนึงเดี๊ยนพยายามจะช่วยอาจารย์ปิดไฟในห้องแต่ปรากฎว่ามือสั้น ๆ ของเดี๊ยนเอื้อมไปไม่ถึง  คุณชายตั้งใจพูดลอย ๆ ขึ้นมาว่า "อย่างนี้เรียกว่า ถูกแต่ไม่ใช่พี่" โห !! ฮาตรึม คุณชายตั้งใจเป็นคนรักครอบครัว แต่ทุกวันเสาร์ไม่รู้เป็นไงต้องออกไปร้องคาราโอเกะ เต้นรูดเสากับหนูจำไม และหนูพุกตลอด คาดว่าแสงสีเมืองพิษณุโลกคงจะทำให้อะไรบางอย่างเปลี่ยนไปได้ในชั่วขณะหนึ่ง แต่เมื่อผ่านเวลาค่ำคืนนั้นแล้ว ในห้องเรียนคุณชายตั้งใจก็ยังคงเป็นหนุ่มน้อยหน้าเข้ม ขรึม เงียบ เหมือนเดิม 
 
           เฮ้อ !! เหนื่อย จบสิ้นกันซะที เรื่องราวของพวกเรา 10 ชีวิตที่ ชีวิตสุดท้าย เดี๊ยนขอไม่พูดถึง เพราะคน ๆ นั้น เพอร์เฟค สวย น่ารัก ใจดี งามอย่างมีคุณค่า จนไม่รู้ว่าจะพูดยังไง ...
 
            ขอบคุณที่ทนอ่านมาจนจบ...ไว้ปั่นงานอาจารย์เสร็จ...เบื่อชีวิตเมื่อไหร่เราค่อยเจอกันนะคะ..รักค่ะ ...จุ๊บจิ๊บ
 
        
จบแบบดื้อ ๆ 555555555

อาจารย์ไม่ใช่อาจม View my profile

Recommend

Favourites